<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Computerlogy - Web Application Development &#187; workflow</title>
	<atom:link href="http://www.computerlogy.com/tag/workflow/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.computerlogy.com</link>
	<description>Technology Matters</description>
	<lastBuildDate>Tue, 26 Jul 2011 10:48:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>5 วีธี ใช้เทคโนโลยีช่วยองค์กรให้รอดในช่วงเศรษฐกิจขาลง</title>
		<link>http://www.computerlogy.com/5-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5</link>
		<comments>http://www.computerlogy.com/5-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Dec 2009 18:17:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology Blog]]></category>
		<category><![CDATA[collaboration]]></category>
		<category><![CDATA[document management]]></category>
		<category><![CDATA[go green]]></category>
		<category><![CDATA[IT Outsourcing]]></category>
		<category><![CDATA[paperless]]></category>
		<category><![CDATA[video conference]]></category>
		<category><![CDATA[voip]]></category>
		<category><![CDATA[workflow]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.computerlogy.com/?p=86</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งแต่กระแส Hamburger crisis จากปีที่ผ่านมาจนถึงปลายปี 2009 คงไม่มีใครปฏิเสษว่า มากหรือน้อยก็ยังกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมในบ้านเรา โดยเฉพาะช่วงกระแส Lahman Brothers, AIG และ GM ล้มที่ส่งผลกระทบด้านการลงทุนแบบมหภาค แบบนี้มาดูกันว่าในช่วงสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เทคโนโลยีจะช่วงให้องค์กรของคุณได้อย่างไร 1. ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด แม้คำว่า Collaboration จะไม่คุ้นหูกับคนไทยมากนัก แต่การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดปัญหา idle time หรือว่าลดเวลาที่พนักงานต้องทำงานซ้ำๆ ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้การบริหารจัดการองค์กรเพื่อให้ติดต่อสื่อสารได้กันอย่างสะดวกยังช่วยให้ Work products/services ออกมาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอีกด้วย 2. ลดกระดาษ และงานเดินเอกสาร วิธีนี้นอกจากจะเข้ากับกระแสนิยม Go green หรือลดปัญหาสิ่งแวดล้อม การนำเทคโนโลยีมาช่วยเปลี่ยนงานเดินเอกสารแบบพิมพ์ เดิน เซ็นต์อนุมัติ เฉกเช่นยุคคุณปู่ที่อาจจะใช้เวลาถึง 2-3 วัน กลับกลายเป็นเรื่องที่เสร็จได้ภายใน 30 นาที รูปแบบดังกล่าวนี้มีผลิตภัฑณ์มากมายในตลาดกลุ่มจำพวกเดียวกับ Collaboration Software หรือที่เรียกเจาะจงว่า Workflow Management ที่สรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อทำงานในรูปแบบนี้โดยเฉพาะ 3. เข้าถึงทุกความรู้ในองค์กร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตั้งแต่กระแส Hamburger crisis จากปีที่ผ่านมาจนถึงปลายปี 2009 คงไม่มีใครปฏิเสษว่า มากหรือน้อยก็ยังกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมในบ้านเรา โดยเฉพาะช่วงกระแส Lahman Brothers, AIG และ GM ล้มที่ส่งผลกระทบด้านการลงทุนแบบมหภาค แบบนี้มาดูกันว่าในช่วงสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เทคโนโลยีจะช่วงให้องค์กรของคุณได้อย่างไร<span id="more-86"></span>
<p style="text-align: center;"><a title="Technology" rel="lightbox[pics86]" href="http://www.computerlogy.com/wp-content/uploads/2009/12/Technology.png"><img class="attachment wp-att-87 centered" src="http://www.computerlogy.com/wp-content/uploads/2009/12/Technology.thumbnail.png" alt="Technology" width="200" height="72"></a>
<strong>1. ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด</strong><br>
แม้คำว่า Collaboration จะไม่คุ้นหูกับคนไทยมากนัก แต่การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดปัญหา idle time หรือว่าลดเวลาที่พนักงานต้องทำงานซ้ำๆ ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้การบริหารจัดการองค์กรเพื่อให้ติดต่อสื่อสารได้กันอย่างสะดวกยังช่วยให้ Work products/services ออกมาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอีกด้วย</p>
<strong>2. ลดกระดาษ และงานเดินเอกสาร</strong><br>
วิธีนี้นอกจากจะเข้ากับกระแสนิยม Go green หรือลดปัญหาสิ่งแวดล้อม การนำเทคโนโลยีมาช่วยเปลี่ยนงานเดินเอกสารแบบพิมพ์ เดิน เซ็นต์อนุมัติ เฉกเช่นยุคคุณปู่ที่อาจจะใช้เวลาถึง 2-3 วัน กลับกลายเป็นเรื่องที่เสร็จได้ภายใน 30 นาที รูปแบบดังกล่าวนี้มีผลิตภัฑณ์มากมายในตลาดกลุ่มจำพวกเดียวกับ Collaboration Software หรือที่เรียกเจาะจงว่า Workflow Management ที่สรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อทำงานในรูปแบบนี้โดยเฉพาะ</p>
<strong>3. เข้าถึงทุกความรู้ในองค์กร แล้วคุณจะรู้ว่าสิ่งที่คุณหาอยู่ในมือคุณนั่นเอง</strong><br>
ผลวิจัยของ IDC กล่าวไว้ว่า บุคลากรในองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลทางธุรกิจ ใช้เวลาในการหาข้อมูลจากเอกสารมากกว่า 8.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งหากเทียบกับเวลาทำงานทั้งสัปดาห์จะได้เทียบเท่ากับวันทั้งวันใน 1 สัปดาห์เลยทีเดียว เวลาดังกล่าวนี้กับพนักงานทั้งหมดในองค์กร คุณมั่นใจเพียงใดว่า พวกเขาใช้ไปกับผลงานที่ได้มาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หรือเค้าอาจจะใช้เพียง 2 ชั่วโมง หากองค์กรของคุณมีการทำเทคโนโลยีที่ดีที่สุด และนำมาใช้ได้อย่างถูกต้อง</p>
<strong>4. รู้จักกับ VoIP และ Video Conference สำหรับการสื่อสารทางไกล</strong><br>
อีกหนึ่งวิธีคลาสสิคที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร ทั้งระหว่างสาขา และกับบุคคลภายนอกองค์กร การนำเทคโนโลยี Voice Over IP หรือ VoIP มาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายดังกล่าวด้วยการเปลี่ยนรูปแบบโทรศัพท์แบบเดิมๆ มาสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารผ่านโปรแกรมสำเร็จรูปอย่าง Skype หรือการติดตั้ง VoIP เองในองค์กรที่สามารถรวมเบอร์โทรศัพท์โทรออกของทั้งองค์กร เพื่อโทรผ่าน VoIP<br>
หรือจะใช้ Video Conference แทนการเดินทางไปประชุมที่ต้องมีทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พักที่จะเกิดขึ้น ซึ่งระบบ Video Conference แบบภาพชัดเสียงแจ๋ว ก็มีให้เลือกกันมากมายในท้องตลาดเช่นกัน</p>
<strong>5. ส่งต่อเรื่องไอที ให้กับผู้เชี่ยวชาญ</strong><br>
วิธีการนี้อาจยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักในประเทศไทย แต่ก็เป็นรูปแบบที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่นิยมมากที่สุดทั้งในอเมริกา ยุโรป และเอเซียตะวันออกบางประเทศ อย่างญี่ปุ่น ฮ่องกง กับรูปแบบ IT Outsourcing นั่นเอง บริษัทผู้ผลิตหลายๆ บริษัทก็นำโมเดลของการ Outsource มาใช้กับงานผลิตของตัวเองที่ผลิตเฉพาะส่วนที่ตัวเองถนัด แต่ส่วนประกอบอื่นๆ ก็จ้างบริษัทที่ผลิตส่วนนั้นๆ ทำไป ด้วยเหตุผลที่ลดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ้างงาน อีกทั้งยังช่วยให้พนักงานได้โพกัสไปยังจุดมุ่งหมายของตัวเอง<br>
แต่สำหรับเรื่อง IT ที่หลายๆ บริษัทยังจ้าง Helpdesk webmaster หรือพนักงานดูแลด้านคอมพิวเตอร์ ที่มี Idle time สูงเป็นอันดับต้นๆ หากเทียบจากพนักงานทั้งหมด ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับพนักงาน Turn over ที่ค่อนข้างสูง และยังพบปัญหาการดูแลที่ยากกว่าพนักงานทั่วไปที่เราเข้าใจว่าเค้าทำอะไรอีก<br>
ปัญหาดังกล่าวนี้หากย้อนมองกลับไปจะเห็นว่า การจ้าง IT Outsourcing ให้ดูแลในส่วนที่เค้าถนัด และเราทำในส่วนที่เราถนัด จะมีอัตรา ROI ดีกว่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.computerlogy.com/5-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

